เพิ่งกลับมาจากบ้านต่างจังหวัดค่ะ คุณยายเสีย อายุ 90 ปีแล้ว แข็งแรงมาก นอนโรงพยาบาลคืนเดียวเอง งานศพ จัดอย่างใหญ่โต (สำหรับเรานะ) วันเผามีแขกประมาณ 1,500 คน ที่เกริ่นเล่าขนาดนี้ ไม่ได้มาโอ้อวดอะไร แค่อยากบันทึกไว้ในความทรงจำ ถึงประสบการณ์ช่วงหนึ่งในชีวิต ว่าเกิดอะไร และเราได้อะไรจากช่วงเวลานั้น
ต่อเรื่องงานศพ คุณยาย งานมีสวดทั้งหมด 5 คืน รุ่นลูกเหลือ 5 คน จาก 9 คน, รุ่นหลาน 16 คน, เหลน 7 คน ยายจบชั้นป. 4 (อายุ 90 ปี อยู่ต่างจังหวัด อำเภอไกลโพ้น แต่ได้เรียนหนังสือ นี่ แสดงว่า เห็นความสำคัญของการเรียนมากๆ เลยนะ) ลูกยายทุกคน ยกเว้น คนโตที่เป็นแชมเปี้ยนมวยสากล รับราชการครู ตำแหน่งสูง
ยายเป็นคนกินง่าย อยู่ง่าย มีข้าวเหนียวกับป่นก็เป็นอันใช้ได้แล้ว ของชอบเป็นพิเศษ คือ โอวัลติน เวลาไปหาไปเยี่ยม ต้องใช้ให้ชงให้ทุกทีสินา งานอดิเรก ที่เห็นเป็นประจำ เมื่อสมัยที่ยังแข็งแรงอยู่ ก็เป็นงานเย็บผ้า ฝีมือไม่ได้ประณีตอะไร เย็บตามสัณชาติญาน ว่าให้มันติดกันเป็นอันใช้ได้ ขนาดนั้น ยายก็ยังเย็บหมอนแต่งงานให้ 2 ใบ ของสะสมของยาย คือ เศษผ้า และ ถุงพลาสติก ฟังแล้วดูขำ แม่กะ ป้า และ น้าจะบ่นประจำ เวลาที่ยายไปอยู่ด้วยแล้วบ้านเต็มไปด้วยถุงที่ม้วนๆๆๆ กองกันอยู่ มันคงเป็นของหายาก ในสมัยก่อนก็ได้เน๊าะ ยายถึงได้เก็บ กลัวไม่มีใช้ ใครบ่น แต่ก็ หัวเราะเฉยๆ ไม่ได้ว่าอะไร
เจอยายครั้งสุดท้าย เมื่อ เดือน มีนา พาปอมแปมไปด้วย ยายดู อ่อนแรงลง แต่ยังยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนเดิม
การจัดการ เรื่องงานศพ เป็นอะไรที่เรื่องเยอะ ดอกไม้ อาหาร น้ำดื่ม แขก นิมนต์พระ พิมพ์การ์ด พิมพ์ซอง ของชำร่วย ไหนจะ ต่อธูป เทียน สารพัด สิ่งเหล่านี้ ไม่มีปัญหา ถ้าไม่เรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อมีเรื่องเงินก็ ต้องอาศัยความไว้ใจกันในการบริหารจัดการ ใครถือ ใครใช้จ่ายโดยสมควร สมเหตุ ใครซื่อสัตย์ ความโลภ เฮ้อ เขียนมาถึงตรงนี้ พอดีกว่า เอาเป็นว่า เหตุการณ์อาทิตย์ที่แล้ว เราได้เรียนรู้ว่า
หากความบริสุทธิ์ใจ ไม่สามารถซื้อความไว้วางใจจากใครได้ หากความโลภของใครจะบดบังความสว่างของจิตใจมนุษย์ ก็ปล่อยให้เค้าเอารีดเนื้อเถือหนังกันเอาเองเถอะ พาคนของเราถอยออกมาอยู่กันตามประสา ครอบครัวน้อยๆ ดีกว่า เราคงไม่ได้รวยกับเงินเหล่านั้น
ลาก่อน ความเห็นแก่ตัวของคนบางกลุ่ม แหมว่าคุณจะมีวุฒิสูงส่ง ขอบคุณยาย ที่ให้บทเรียนดีดี กับครอบครัวของเรา จนวาระสุดท้ายของยาย



