เมื่อวานเพื่อนบอก “วันนี้น้ำตา 1 ลิตร อวสานแล้ว” “ไม่ดู ไม่ดู เดี๋ยวก็ร้องไห้ ก็รู้อยู่ อายะต้องตาย” (ทั้งๆ ที่เป็นคนบอกให้เพื่อนๆ ดู ตั้งแต่วันแรกที่ฉาย ตัวเองไม่กล้าดู ซะงั้น)
แล้วก็กดมาดูจนได้ ร้องไห้ตั้งแต่มายันจบ 20.23-21.15 น. เฮ้อ บ่อน้ำตาตื้น จะว่าไปก็อยากให้ลูกได้ดูเหมือนกันนะ แต่ไม่ณู้ว่าจะซึมซับได้สักแค่ไหน ก็ เด็กผู้ชายนิน๊า ไม่รู้ใจ
ปล. วันนี้มาทำงานตาบวมฉึ่ง
เรื่องย่อ :
อายะ เด็กสาวร่าเริงแจ่มใส และเข้มแข็งมาก ๆ และด้วยความสามารถทำให้เธอสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งได้ และคิดว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่แสนสุข เธอต้องน้ำตาร่วงเมื่อพบว่าตัวเองเป็นโรค Spino Cerebellar Degeneration (อาการเสื่อมของสมองน้อยและไขสันหลัง) ทำให้ค่อย ๆ ไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้อย่างคนปกติ แต่เธอก็ไม่ย่อท้อที่จะต้อสู้เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป

ละครเรื่องนี้สร้างมาจากไดอารี่ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่บังเอิญโชคร้ายจากโรคพิเศษ เป็นโรคที่มีอยู่จริง ๆ แต่อาการของโรคจะแตกต่างกันไป ในกรณีของอายะอาการของเธอไปเร็วมาก เริ่มตั้งแต่ อายุเพียง 15 ปีเท่านั้น
Reference :
สร้างจากเรื่องจริงของเด็กสาวคนหนึ่ง ที่เขียนบันทึกเรื่องราวของตัวเอง
Diary ของ Aya ถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือและขายได้กว่า 1.1 ล้านฉบับในญี่ปุ่น
Version ภาพยนตร์ ฉาย Feb’05 ในปีเดียวกัน เป็นการออกอากาศ Long Run ตลอดทั้งปี
ออกอากาศที่ Hongkong (TVB), Korea (J-Channel), China (CCTV), Malaysia (8TV), Singapore (Starhub)
ออกอากาศที่ประเทศ Hongkong 15 Oct’06 โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆที่ช่วยเหลือผู้ป่วย
มีการแจกสายรัดข้อมือ Minus Ion ให้กับผู้ชมเขียนว่า “A Diary with Tears”…โดยให้ผู้ชมส่งไปรษณียบัตรมาที่สถานี
จากการสำรวจของ Japan Parent Teacher Association ในปี 2005 ละครเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกมากที่สุด ว่าเป็นรายการที่ผู้ปกครองอยากให้เด็กดูมากที่สุด
ผลการสำรวจ Most Satisfy Drama 2005 ของ Oricon Monitor Research ผ่าน Internet จากนักเรียนมัธยม, นักศึกษาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย, คนทำงานวัย 20s, 30s, 40s ชาย-หญิงรวมทั้งหมด 1,000 คนนั้น อันดับ 1 คือเรื่อง 1 Litre of Tears ซึ่งเป็นเป็นการสำรวจหลังจากที่ออกอากาศไปได้ครึ่งเรื่อง ซึ่งก่อนหน้าที่จะออกอากาศนั้นได้มีการสำรวจการน่าติตตามของละครเรื่องใหม่ เรื่องนี้ได้รับการจัดอันกับให้อยู่ในอันดับ 3 ของเรื่องที่ต้องติดตามชม และผลสำรวจความพึงพอใจระหว่างที่ออกอากาศ ผู้ชมเลือกให้เป็นอันดับที่ 1 ของละครแห่งปีที่น่าติดตาม
คำบันทึกของ คิโต อายะ :
“ฉันมีชีวิตต่อเพื่ออะไรกันนะ ” นี่คือ ประโยคหนึ่งจาก ไดอารี่ 46 เล่ม ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเขียนไว้ตลอดระเวลาที่ต่อสู้กับโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษานี้ คิโต อายะ เกิดปี 1962 เป็นโรคที่ชื่อว่า Spinocerebellar Degeneration ซึ่งไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ในตอนอายุ 14 ปี เป็นโรคที่รักษาได้ยาก อาการของโรคจะทำให้สมองส่วนการรับรู้ จะยังทำงานเป็นปกติ แต่จะค่อยๆเสื่อมลง และควบคุมร่างกายไม่ได้ไปทีละอย่าง ซึ่งไดอารี่ทั้ง 46 เล่มนี้ ก็คือบันทึกการต่อสู้กับโรคตั้งแต่เริ่มมีอาการ จนถึงตอนที่อายะไม่สามารถ ควบคุมแขนของตัวเองให้เขียนได้ เสมือนเป็นเสียงตะโกนที่ร้องขอการมีชีวิตอยู่ต่อ จากส่วนลึกของหัวใจเธอ
” โรคนี้ทำไมถึงเลือกฉันนะ ” นี่คืออีก ประโยคหนึ่งจาก ไดอารี่ 46 เล่ม ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งๆที่เป็นโรคที่รักษาไม่หาย แต่ก็ยังพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปกับโรคร้ายนั้น ทุกๆวันที่ถูกรายล้อมไปด้วย ความรักทั้งของครอบครัว และคนรัก และเพื่อนๆ ที่คอยช่วยเหลือ ร้องไห้และหัวเราะด้วยกัน อยากใช้ชีวิตกันต่อไป เป็นละครชีวิตที่ให้กำลังใจกับคนญี่ปุ่นสมัยนี้
” ร้องไห้เสียน้ำตาไปหนึ่งลิตร ” เป็นอีก คำพูดหนึ่งที่ คิโตะ อายะ ได้พูดกับเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลาย ตอนที่จะลาออกจากโรงเรียนไปอยู่ที่โรงเรียนคนพิการ เนื่องจากไม่อยากทำให้เพื่อนทุกคน ในห้องต้องลำบากใจ เพราะเพื่อนๆในห้องส่วนใหญ่กลัวจะเรียนไม่ทัน จะสอบต่อมหาวิทยาลัยไม่ได้ เพราะอาจารย์ต้องสอนช้าลง เพื่อให้ อายะ สามารถจดตามได้ทัน เนื่องจากเมื่ออายะ เป็นโรคนี้แล้ว ช่วงแรกก็ยังพอเดินได้ปกติ แต่หลังจากนั้นก็เดินได้ยากขึ้น จนในที่สุดเวลาจะเดินต้องนั่งรถเข็น และเวลาเขียนก็ไม่สามารถเขียนได้เร็วเท่าคนปกติ โดยที่จริงๆแล้ว อายะ ไม่อยากจะไปที่โรงเรียนคนพิการ แต่อยากจะอยู่ที่โรงเรียนกับเพื่อนๆ แต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องลำบากเพราะตนเอง จึงได้ตัดสินใจลาออก โดยที่เธอได้บอกกับเพื่อนๆว่า กว่าเธอจะตัดสินลาออกได้ ต้องนอนร้องไห้เสียน้ำตาไปหนึ่งลิตร

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก thaipbs และภาพจาก pantip.com ค่ะ



